บทความสุขภาพ

Article

ตอนนี้ … คุณไอแบบไหน

ตอนนี้ … คุณไอแบบไหน

ไอแห้ง

  • เป็นอาการไอ จากการระคายคอ หรือมีความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง มักพบอาการไอแบบไม่มีเสมหะ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อโควิด-19 การสูบบุหรี่ โรคภูมิแพ้ กรดไหลย้อน โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ

ไอมีเสมหะ

  • เป็นอาการไอ ที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายผลิตเยื่อเมือกหรือสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้น เพื่อดักจับสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง หรือที่เรียกกันว่า “เสมหะ (Phlegm)” ซึ่งเป็นปัญหากวนใจ และสร้างความกังวลใจต่อผู้ป่วย และคนใกล้ชิด มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น
  • ดังนั้นหากผู้ป่วยมีอาการไอ แบบมีเสมหะ จึงควรรักษาด้วยการรับประทานยาละลายเสมหะ (Mucolytics) เพื่อบรรเทาอาการไอ ที่ประกอบด้วยตัวยาคาร์โบซิสเตอีน (Carbocisteine) หรือ
 คาร์เนค (CARNEX) 500 mg โดยรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เพื่อช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะลง ทำให้ร่างกายกำจัดหรือขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น

ไอในเวลากลางคืน

  • เป็นอาการไอ ที่เกิดจากการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด,
 โรคกรดไหลย้อน (GERD), หลอดลมอักเสบ หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์ เป็นต้น
  • การไอในเวลากลางคืน ที่เป็นการไอแบบมีเสมหะ มักจะรบกวนการนอน และทำให้คุณภาพการนอนของผู้ป่วยลดลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว จึงควรรีบรักษาด้วยการรับประทานยาละลายเสมหะ (Mucolytics) เพื่อบรรเทาอาการไอ ที่ประกอบด้วยตัวยาคาร์โบซิสเตอีน (Carbocisteine) หรือ คาร์เนค (CARNEX) 500 mg โดยรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เพื่อช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะลง ทำให้ร่างกายกำจัดหรือขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น  

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไม … เราถึงไอ

อาการไอเป็นกลไกของร่างกาย ที่ใช้กำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อโรค, เสมหะ และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ออกจากทางเดินหายใจ อาการไอนี้เอง ที่เป็นอาการสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบาย และเข้ามาพบแพทย์ได้บ่อยที่สุด อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปอาการไออาจหายเองได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยบางท่านอาจมีอาการไอเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้